ย้ายบ้านครับ
สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาวเว็บทุกท่าน
จากนี้ไปผมจะย้าย Blog จากที่นี่ไปสู่ http://360.yahoo.com/jakrapongbkk นะครับ ใครที่ติดตาม Blog นี้อยู่ ผมรบกวนตามไปที่ Yahoo! 360 องศาด้วยนะครับ
ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอดครับ
จักรพงษ์
Jakrapong.com: weblog ของ จักรพงษ์ คงมาลัย พูดคุยทุกเรื่องราวเกี่ยวกับ New Media, Internet marketing, Digital content ทั้งไทยและเทศ
สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาวเว็บทุกท่าน
จากนี้ไปผมจะย้าย Blog จากที่นี่ไปสู่ http://360.yahoo.com/jakrapongbkk นะครับ ใครที่ติดตาม Blog นี้อยู่ ผมรบกวนตามไปที่ Yahoo! 360 องศาด้วยนะครับ
ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอดครับ
จักรพงษ์
บันทึกโดย
จักรพงษ์ คงมาลัย
เมื่อ
3/13/2007 09:59:00 AM
1 ความคิดเห็น
คำที่เกี่ยวข้อง ย้าย blog
จิมมี่ เวลส์ (Jimmy Wales) ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์สารานุกรมออนไลน์ชื่อดังวิกิพีเดีย (Wikipedia) ประกาศยืนยันแผนการสร้างบริการสืบค้นข้อมูลออนไลน์หรือเสิร์ชเอนจิ้นเพื่อแข่งขันกับเจ้าตลาดอย่างกูเกิลและยาฮูแล้ว ระบุ ตั้งเป้าหมายแรกไว้ที่ส่วนแบ่งตลาด 5 เปอร์เซ็นต์
เวลส์กล่าวให้สัมภาษณ์ในงานประชุมผู้สื่อข่าวที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นว่า "ความคิดที่ว่ากูเกิลยอดเยี่ยมเพราะมีนักวิทยาศาสตร์ด้านอวกาศนั้นเก่าเกินไป" โดยอธิบายว่าจุดอ่อนของสองยักษ์ใหญ่เว็บไซต์สืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตอย่างยาฮูและกูเกิลคือการไม่ยอมเปิดเผยวีธีการจัดอันดับผลลัพท์การสืบค้น จุดนี้ค้านกับความคิดของเขาที่เชื่อว่า ความร่วมมือกันจะสามารถเปลี่ยนโครงสร้างของเทคโนโลยีสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตให้ดีกว่าที่เป็นอยู่
เวลส์กล่าวว่าความร่วมมือระหว่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคนจะสามารถพัฒนาความสามารถของเสิร์ชเอนจิ้นได้ แนวคิดนี้เป็นแนวคิดเดียวกับที่เวลส์ใช้สร้างสรรค์วีกีพีเดีย เว็บไซต์สารานุกรรมออนไลน์การกุศลที่ผู้อ่านสามารถแก้ไขเนื้อความให้ถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์อยู่เสมอ ความเชื่อมั่นในการแบ่งบันข้อมูลระหว่างกันของเวลส์ทำให้วิกิพีเดียถูกยกย่องว่าเป็นสารานุกรรมออนไลน์ที่ดีที่สุดในขณะนี้
ปัจจุบัน สถิติบทความภาษาอังกฤษในวิกิพีเดียมีจำนวนสูงถึง 1.7 ล้านข้อความ โดยงานนี้เวลส์ย้ำว่า การพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอจะทำให้เทคโนโลยีสืบค้นข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นเดียวกับสารานุกรม
บริษัทที่ทำหน้าที่ดูแลเว็บไซต์วิกิพีเดียมีนามว่า Wikia Inc. ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2004 ขณะนี้มีพนักงานมากกว่า 30 ราย ความที่เว็บไซต์วิกิพีเดียเป็นเว็บไซต์ไม่หวังผลกำไร ทำให้บริษัทต้องสร้างบริการใหม่โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อลิงก์ไปยัง Wikia.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์สร้างรายได้หลักของบริษัทจากการโฆษณา อย่างไรก็ตาม เวลส์ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเรื่องเป้าหมายรายได้ที่ตั้งไว้ ระบุเพียงว่า ขณะนี้บริษัทได้รับเงินมูลค่า 4 ล้านเหรียญสหรัฐฯจากนักลงทุนกลุ่มหนึ่งแล้ว
บันทึกโดย
จักรพงษ์ คงมาลัย
เมื่อ
3/12/2007 10:57:00 AM
0
ความคิดเห็น
คำที่เกี่ยวข้อง jimmy wales, wikia, wikipedia, wikipedia search, จิมมี่ เวลส์
นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า หลังจากที่การใช้งานข้อมูล (Data) เริ่มได้รับความนิยมมาตั้งแต่ปี 2546 เอไอเอสได้พัฒนารากฐานการใช้งานดังกล่าวด้วยการติดตั้งเทคโนโลยี EDGE จนกระทั่งครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศเป็นรายแรกในขณะนี้ ให้ความรวดเร็วในการใช้งานข้อมูลสูงขึ้นกว่าเดิม 5 เท่า และสำหรับปี 2550 ได้เตรียมงบประมาณจำนวน 20,000 ล้านบาท ประกอบกับงบฯ 33,000 ล้านบาทส่วนหนึ่งที่ยังใช้ไม่หมดเมื่อปี 2549 เพื่อดำเนินงานด้านเครือข่าย มุ่งเน้นการพัฒนาบริเวณพื้นที่ต่างจังหวัด ที่จะมีการขยายตัวด้านการใช้งานข้อมูลมากในปีนี้ โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะมีทั้งการเสริมในจุดที่ยังเป็นช่องโหว่และขยายในส่วนที่มีการใช้งานหนาแน่น
กรรมการผู้อำนวยการ เอไอเอส กล่าวต่อว่า EDGE นับเป็นเทคโนโลยี 2.75G ที่รองรับการใช้งานด้านข้อมูลได้ใกล้เคียงเทคโนโลยี 3G แล้ว และถ้ามีเทคโนโลยีใหม่ๆ เอไอเอสก็พร้อมที่จะนำมาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น 3G หรือ ไวแมกซ์ แต่ก็ขึ้นอยู่กับการส่งเสริมของทางภาครัฐด้วย ทั้งนี้ หากมีการออกใบอนุญาต เอไอเอสก็จะยื่นขออย่างแน่นอน
นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานธุรกิจบริการสื่อสารไร้สาย เอไอเอส กล่าวว่า การมีเครือข่าย EDGE ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ จะส่งผลต่อการพัฒนาด้าน Non Voice เพราะจะช่วยให้การดาวน์โหลดข้อมูลเป็นไปได้รวดเร็วขึ้นถึง 5 เท่า ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้บริการมัลติมีเดียได้อย่างหลากหลาย ด้านความพร้อมของผู้บริโภคเห็นได้จากอัตราผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยได้เติบโตจาก 9 ล้านคน ในปี 2549 มาเป็น 10 ล้านคนในปัจจุบัน และตัวเลขผู้ใช้บริการ GPRS ของเอไอเอส ได้เติบโตจาก 2 ล้านคนเมื่อต้นปี 2549 มาเป็น 4 ล้านคนในปัจจุบัน
บันทึกโดย
จักรพงษ์ คงมาลัย
เมื่อ
3/12/2007 10:53:00 AM
0
ความคิดเห็น
คำที่เกี่ยวข้อง ais, edge, gprs, วิเชียร เมฆตระการ, สมชัย เลิศสุทธิวงศ์, เอไอเอส
พบอินเดีย-จีนกลายร่างเป็นสองอภิมหาอำนาจในวงการอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ จากตัวเลขผู้เล่นเน็ตที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ต่อปี อันดับสามตามจี้มาติด ๆ คือประเทศรัสเซีย
การเปิดเผยดังกล่าวมาจากค่ายคอมสกอร์ เน็ตเวิร์กส์ บริษัทวิจัยตลาดของสหรัฐอเมริกาที่ออกมาประกาศว่า ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปในเดือนมกราคมที่ผ่านมามีจำนวนทั้งสิ้น 747 ล้านคน โดยเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดือนมกราคมของปี 2006 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นชาวจีนและชาวอินเดียที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด ส่วนประเทศที่มีคนใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดยังคงเป็นของพญาอินทรีอย่างสหรัฐอเมริกา 153 ล้านคนเช่นเดิม
จากตัวเลขดังกล่าวพบว่า อัตราการเติบโตของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในสหรัฐอเมริกาคิดเป็น 2 เปอร์เซ็นต์ขณะที่ จีนยักษ์ใหญ่อันดับสองที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 86.7 ล้านคนมียอดการเติบโตถึง 20 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ดี จะเห็นได้ว่าตัวเลขของคอมสกอร์แตกต่างจากตัวเลขที่รัฐบาลจีนเคยประมาณการไว้ค่อนข้างมาก โดยในมุมของรัฐบาลจีนนั้นเคยประกาศว่า ประเทศตนเองมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอยู่ประมาณ 137 ล้านคนแล้ว ซึ่งรายงานข่าวจากเอเอฟพีนิวส์อ้างว่า รัฐบาลจีนอาจจะรวมผู้ใช้ที่เล่นอยู่ตามร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ และสถานที่สาธารณะอื่น ๆ เข้าไว้ด้วย จึงประกาศตัวเลขเช่นนั้น
ประเทศที่มีการเติบโตสูงสุดได้แก่ อินเดีย หรือเพิ่มขึ้น 33 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับ 21.1 ล้านคน ทำให้ปัจจุบัน อินเดียอยู่ในประเทศอันดับที่ 8 ที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากที่สุดในโลก ตามหลังฝรั่งเศสในอันดับที่ 7
ด้านรัสเซียตามมาห่าง ๆ ด้วยยอดการเติบโต 21 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น 12.7 ล้านคน
"ปัจจุบัน จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกยกเว้นสหรัฐอเมริกาคิดเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมด และมีการเติบโตสูงมากในประเทศกำลังพัฒนา ดังจะเห็นได้จากการเติบโตที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ทุกปี" บ็อบ อีวินส์ กรรมการผู้จัดการของคอมสกอร์ ประจำภูมิภาคยุโรปกล่าว
สำหรับประเทศที่ประชากรใช้งานอินเทอร์เน็ตนานที่สุดได้แก่ ชาวแคนาดา เฉลี่ยเดือนละ 39.6 ชั่วโมง ตามมาด้วยประเทศอิสราเอล, เกาหลีใต้, สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ ซึ่งทั้ง 5 ประเทศนี้มีอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ใช้งานแล้วค่อนข้างสูง
10 อันดับประเทศที่ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดตามการรายงานของคอมสกอร์ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เยอรมนี อังกฤษ เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส อินเดีย แคนาดา และอิตาลี
"แม้ว่านานาชาติจะมีข้อตกลงเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่เราพบว่า รัฐบาลในหลายประเทศทั่วโลกพยายามควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต" พอลล่า โดเบรียนสกี้ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมยกตัวอย่างประเทศจีนที่อ้างว่ามีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 137 ล้านคนว่ามีการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นผ่านทางอินเทอร์เน็ตสูง เช่นเดียวกับประเทศซาอุดิอาระเบีย เมียนม่า คิวบา อิหร่าน ซีเรีย
ในรายงานของรัฐบาลสหรัฐอเมริกายังกล่าวอีกด้วยว่า การที่รัฐบาลจีนพยายามส่งเสริมให้ประชาชนใช้อินเทอร์เน็ต แต่พวกเขาก็ตรวจสอบเนื้อหาข้อมูลต่าง ๆ อย่างเข้มงวด และมีคำจำกัดความเกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายออนไลน์ที่ค่อนข้างกว้างมากด้วย
บันทึกโดย
จักรพงษ์ คงมาลัย
เมื่อ
3/12/2007 10:50:00 AM
1 ความคิดเห็น
คำที่เกี่ยวข้อง จีน, อินเดีย, อินเทอร์เน็ต
ข่าวจาก : ไทยรัฐ
วันที่ : 10 มีนาคม 2550 เวลา 10:51 น.
นายปิยะ ตัณฑวิเชียร ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยพัฒนาบริการ สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ หรือ สบทร. กล่าวถึงสถิติการใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ประจำปี 2549 ระหว่างงานมอบรางวัล “Truehits.net Web Award 2006” ณ ห้องแกรนด์บอลลูม ชั้น 3 โรงแรมซ็นจูรี่พาร์ค พลาซ่า กรุงเทพฯ วานนี้ (8 มี.ค.) ว่า ตลอดปี 2549 สถิติภาพรวมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ประเทศไทยมีทั้งสิ้น 19,549,704,606 ครั้ง เฉลี่ยมีผู้ใช้งาน 1.92 ล้าน IP ต่อวัน แยกเป็นคนไทย 1.67 ล้านคน คิดเป็น 87% โดยส่วนใหญ่เข้าชมเว็บไซต์เกม ข่าว-สื่อและช็อปปิ้ง
ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยพัฒนาบริการ สบทร. กล่าวถึงผลสำรวจผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจากผู้ตอบแบบสอบถามออนไลน์ทั้ง หมด 19,000 คน ระหว่างวันที่ 19 ก.ย. 2549 ถึงวันที่ 1 มี.ค. 2550 ว่า เพศชายใช้งานอินเทอร์เน็ตมากกว่าเพศหญิงในสัดส่วน 55:45% โดยช่วงอายุ 24-35 ปี ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากที่สุดประมาณ 32% ตามมาด้วยช่วงอายุ 18-23 ปีและ 12-17 ปี ตามลำดับ สำหรับอาชีพที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากที่สุด คือ นักเรียน-นักศึกษา 37.63% โดยเข้าชมเว็บไซต์เกม ข่าว-สื่อและช็อปปิ้งมากที่สุดตามลำดับ ขณะเดียวกันยังมีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้
สำหรับเว็บไซต์ที่ได้รับรางวัล “Truehits.net Web Award 2006” ประเภทมีสถิติการเยี่ยมชมเฉลี่ยตลอดทั้งปีสูงสุด 50 อันดับนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อันดับ 1ยังคงเป็นเว็บไซต์ www.sanook.com และอันดับ 2 เป็นเว็บไซต์ www.kapook.com
นอกจากนี้ ยังมีรางวัลเว็บไซต์ที่มีสถิติการเยี่ยมชมเฉลี่ยตลอดทั้งปีสูงสุดแยกตามหมวด จำนวน 18 หมวด ดังนี้
1) หมวดเกม www.asiasoft.co.th
2) หมวดกีฬา www.soccersuck.com
3) หมวดท่องเที่ยว www.sawadee.com
4) หมวดโทรศัพท์มือถือ www.siamphone.com
5) หมวดอินเทอร์เน็ต www.thaiware.com
6) หมวดช็อปปิ้ง www.pramool.com
7) หมวดบุคคล www.mthai.com
8) หมวดอสังหาริมทรัพย์ www.homedd.com
9) หมวดสุขภาพ www.thaihealth.net
10) หมวดหน่วยงานและองค์กร www.glo.or.th
11) หมวดการเงิน การธนาคารและสถาบันการเงิน www.settrade.com
12) หมวดบันเทิง www.sanook.com
13) หมวดการศึกษา www.vcharkarn.com
14) หมวดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง www.pantip.com/tech
15) หมวดรถยนต์ www.one2car.com
16) หมวดธุรกิจ www.tttonline.net
17) หมวดศิลปะ-วัฒนธรรม www.palungjit.com
18) หมวดสื่อ-ข่าว www.manager.co.th
บันทึกโดย
จักรพงษ์ คงมาลัย
เมื่อ
3/12/2007 10:42:00 AM
0
ความคิดเห็น
คำที่เกี่ยวข้อง truehits, truehits awards 2006, ทรูฮิตส์
ข่าวจาก : ผู้จัดการออนไลน์
วันที่ : 10 มีนาคม 2550 เวลา 10:57 น.
เนคเทค สรุปผลการสำรวจสถานภาพพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ปี 49 พบเม็ดเงินจากการซื้อขายผ่านออนไลน์มีมูลค่าเกือบ8หมื่นล้านบาท หากรวมการซื้อขายกับภาครัฐ คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 220,924 ล้านบาท ประมาณการณ์เติบโตปี 50 ขึ้นอีก40% หลังรัฐออกกฎหมายคุ้มครอง เอกชนขอแรงหนุนจากภาครัฐช่วยดันการใช้งาน ตั้งหน่วยงานกลางรับผิดชอบ
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) รายงานผลการสำรวจสถานภาพพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ประจำปี 2549 ซึ่งการสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันของการดำเนินธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ปัญหาและอุปสรรค และข้อมูลเชิงลึกของผู้ประกอบการ เพื่อนำมาวิเคราะห์จัดทำเป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาอันเกี่ยวเนื่องกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ ทั้งในภาพรวมและรายสาขาธุรกิจ โดยทางศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจโดยร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ประกอบด้วย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ และสำนักธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย และสมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย
นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวว่า ผลการสำรวจสถานภาพธุรกิจ ครั้งนี้ได้สำรวจจากตัวเลขของปี 2548 ตลอดทั้งปี ซึ่งตัวเลขที่ได้จึงไม่ใช่ตัวเลขของปี 49 ทั้งหมด โดยสำรวจจากเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2549 ทำให้การสำรวจยอดจะสูงกว่า48 แต่มั่นใจว่ายอดตัวเลขมูลค่าทั้งตลาดของปี2549 จะสูงกว่า 48 เพราะรัฐบาลได้มีนโยบายให้หน่วยงานรัฐ ทำการจัดซื้อจัดจ้างในรูปแบบทางอิเล็กทรอนิกส์(อี- อ็อคชั่น) และมีการเบิกจ่ายงบที่แบบทางออนไลน์ ระบบGFMIS ผ่านธนาคาร ด้วยระบบนี้แทนจากการเบิกจ่ายผ่านเช็ค
โดยมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในปี 2548 พบว่าหากรวมข้อมูลการซื้อขายออนไลน์ของภาครัฐจากการจัดซื้อจัดจ้างผ่านอี-อ็อคชั่น ของกรมบัญชีกลางจะทำให้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 220,924 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตจากปี 2546 ถึงร้อยละ 71.28 จำแนกออกเป็นธุรกิจ B2B หรือ การซื้อขายแบบธุรกิจกับธุรกิจ ในอัตราร้อยละ 30 หรือ คิดเป็นมูลค่า 66,095 ล้านบาท ธุรกิจ B2C หรือการซื้อขายแบบธุรกิจกับผู้ซื้อโดยตรง ในอัตราร้อยละ 5 หรือประมาณ 11,392 ล้านบาท
ขณะที่ธุรกิจ B2G หรือ การซื้อขายของผู้ประกอบการธุรกิจกับหน่วยงานภาครัฐ คิดเป็นร้อยละ 65 หรือประมาณ 143,437 ล้านบาท เป็นที่น่าสังเกตว่ามูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มาจากธุรกิจ B2C และ B2G เพิ่มขึ้นจากปี 2546 เป็นร้อยละ 14 และร้อยละ 96.57 ในปี 2548 หากพิจารณาเฉพาะข้อมูลที่ได้มาจากการสำรวจ พบว่า ธุรกิจ B2B คิดเป็นสัดส่วนเป็นร้อยละ 85 ขณะที่ธุรกิจ B2C คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 15
“ผลสำรวจที่ได้เราประมาณการณ์ได้ว่าตัวเลขการซื้อขายผ่านเว็บในปีนี้จะเติบโตสูงขึ้นอีก40%”
เขายังกล่าวอีกว่า ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น และยังไม่ได้พัฒนาถึงขั้นใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในการซื้อขายสินค้าและบริการอย่างจริงจัง โดยพิจารณาได้จากการที่ธุรกิจที่มีเว็บไซต์และมีระบบรองรับคำสั่งซื้อสินค้า หรือมีบริการรับชำระเงินผ่านเว็บไซต์มีอยู่เป็นจำนวนน้อย โดยคิดเป็นร้อยละ 22.55 และร้อยละ 27.64 โดยจะเป็นธุรกิจ B2C ถึงร้อยละ 75 และส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก โดยพิจารณาจากจำนวนพนักงานและเงินทุนจดทะเบียน โดยธุรกิจร้อยละ 67.45 มีจำนวนพนักงานที่ทำงานเต็มเวลา 1-5 คน และร้อยละ 55.93 มีเงินทุนจดทะเบียนน้อยกว่า 500,000 บาท
ธุรกิจส่วนใหญ่ใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด และประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการมากกว่าจะใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อลดต้นทุนการบริหารจัดการหรือการดำเนินงาน นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไม่มากนัก ทางด้านของระบบชำระเงินออนไลน์ เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้บริโภคนิยมการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับการสำรวจครั้งก่อน
ส่วนระบบการชำระเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ การชำระเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ตแบงค์กิ้ง ( e-Banking หรือ Internet Banking) (ร้อยละ 20.28) การชำระเงินออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต (ร้อยละ 20.15) และการชำระเงินออนไลน์ผ่านผู้ให้บริการกลาง (ร้อยละ 19.72)วิธีการจัดส่งสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั้งกับธุรกิจ B2B และ B2C ยังคงเป็นการจัดส่งด้วยไปรษณีย์ (ร้อยละ 61.59) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการใช้บริการโดยธุรกิจ B2C ที่จำหน่ายสินค้าภายในประเทศ และมีปริมาณสินค้าที่ซื้อขายแต่ละครั้งไม่สูงนัก ไปรษณีย์จึงเป็นทางเลือกที่สะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด
สำหรับปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แบ่งออกเป็นอุปสรรคที่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้า อาทิ กลัวการขโมยข้อมูลบัตรเครดิต กลัวปัญหาการฉ้อโกง เช่น ซื้อสินค้าแล้วแต่ไม่ได้รับของ ไม่เห็นสินค้าก่อนสั่งซื้อ/สั่งจอง กลัวการขโมยข้อมูลที่ใช้ระบุตัวบุคคล ต้องการให้ผู้ขายสินค้า/บริการพูดคุยมากกว่าการติดต่อกันทางอินเทอร์เน็ต
ส่วนอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการประกอบการ พบว่า ภาคธุรกิจให้ความสำคัญมากกับปัญหาการขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ ขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องกฎหมายและการเสียภาษี การขาดการสนับสนุนเงินทุนและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ขาดความเชื่อมั่นในการใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
มาตรการที่ผู้ประกอบการต้องการให้รัฐบาลเร่งส่งเสริมธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 5 อันดับแรก ได้แก่ จัดให้มีมาตรการส่งเสริมหรือจูงใจการใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้มากขึ้น ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์หน่วยงานที่ทำหน้าที่ติดตามปัญหาและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ส่งเสริมให้มีนโยบายและมาตรการคุ้มครองผู้ซื้อและผู้ขายออนไลน์ จัดทำการประชาสัมพันธ์ให้ทุกฝ่ายได้เข้าใจการใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และพัฒนาระบบที่เกี่ยวข้องกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นสากล
“ในปีนี้คาดว่าจะตั้งสำนักงานคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมาจากคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ยกระดับการทำงานสูงขึ้นและขยายความรับผิดชอบ หน่วยงานนี้จะมีฐานะเทียบเท่าระดับกรม เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมเกิดความชัดเจนขึ้น โดยระหว่างนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมการ ซึ่งเรื่องได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรีแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการเห็นชอบจากทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)”นายพันธ์ศักดิ์กล่าว
บันทึกโดย
จักรพงษ์ คงมาลัย
เมื่อ
3/12/2007 10:33:00 AM
0
ความคิดเห็น
คำที่เกี่ยวข้อง e-commerce, nectec, สถานภาพพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย, อีคอมเมิร์ซ, เนคเทค
ช่วงนี้เป็นอีกช่วงที่ผมรู้สึกเหนื่อย ๆ กับสิ่งที่ทำ สิ่งที่เราเคยทุ่มเททำมาสุดชีวิตก็คือเรื่องงาน ก็มีการเปลี่ยนแปลงอีกถึงมันจะเป็นไปในทางที่ดีก็ตามเถอะ...แต่มันก็เครียดหลายอย่าง เคยมีคนบอกว่าชีวิตคือการเปลี่ยนแปลง อย่าไปท้อถอยอะไรเลย เพราะยังไงมันก็ต้องเปลี่ยน ไหนจะความกดดันอะไรอีกหลายต่อหลายอย่างที่บอกใครก็ไม่ได้ มีแต่คนคิดว่าเราสบาย แท้จริงในใจเราไม่ได้สบายอย่างที่เขาคิดเลย
บันทึกโดย
จักรพงษ์ คงมาลัย
เมื่อ
2/28/2007 08:22:00 PM
4
ความคิดเห็น
ใครเคยใช้ mPAY บ้างแล้วครับ? (บริการ mPAY คือ บริการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยรูปแบบของร้านค้าผู้ร่วมให้บริการที่หลากหลาย ปลอดภัยในการใช้จ่ายด้วยรหัสส่วนตัว และมั่นใจ ได้กับการตรวจสอบรายการใช้จ่ายของผู้ใช้ได้ตลอดเวลา โดยเราสามารถเลือกชำระเงินผ่าน กระเป๋าเงินสด บัตรเครดิต หรือบัญชีธนาคาร)
ตามประสาคนบ้าเห่อของใหม่ พอดีเห็นโฆษณาหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวรฯ ของทาง Major-EGV เปิดให้ซื้อตั๋วออนไลน์ได้ ผมก็เอ๊ มันน่าลองนะ เพราะโทรไปซื้อที่ Movie line อะไรของเขานั่นก็โทรติดยากบรม โทรไปไอ้เจ้า *4999 นั่นคงเสียเวลาแหงม ๆ ผมอยากคุยกับคน ไม่ได้อยากคุยกับ IVR แบบ 1900 หรือครั้นจะไปต่อคิวหน้าโรง ผมคงไม่ไหว เพราะมีประสบการณ์มาจากภาคแรกแล้วว่า เฮ้ย คนเข้าคิวยาวเป็นกิโลเลย ไม่ไหว ไม่เวิร์ค แน่ ๆ
อย่ากระนั้นเลย..ลองซื้อตั๋วออนไลน์ได้ไหม ผมก็ลองเข้าไปในเว็บไซต์ของ Major-EGV แล้วสมัครสมาชิก พอท้ายสุดให้เลือกว่าจะจ่ายเงินผ่านบัตรของ Major-EGV หรือว่า mPAY
อะฮ่า ไม่เลยเว้ย! น่าสนใจครับ เพราะผมก็จ่ายค่าโทรศัพท์ผ่าน mPAY ประจำอยู่แล้ว (ถึงบางที IVR ของ mPAY มันจะมีห่วย ๆ บ้างเป็นบางครั้งบางคราวก็เหอะ แต่มันช่วยผมได้เวลาผมลืมจ่ายค่าโทรศัพท์แล้ววันนี้เขาจะตัดสัญญาณอยู่แล้ว มันช่วยให้ผมจ่ายแบบ last minute ได้นั่นเอง)และผมก็เลยตกลงใจจ่ายเงินผ่าน mPAY เพราะมันก็ไม่เสียงเหมือนบัตรเครดิต แล้วทางเว็บไซต์ก็ส่งให้เจ้านี่มาให้ผมครับ
เวรกรรม! ผมไม่มี Printer แล้วจะทำไงดีล่ะ โชคดีที่ทาง mPAY ส่ง SMS กลับมาแทนใบเสร็จ ผมก็เอ๊ กลัวว่าจะไม่ได้ตั๋วที่หน้าโรง ผมเลยอัพโหลดเจ้าภาพตั๋วหนังใบนี้เข้า PDA พอไปถึงโรงหนังผมก็ไม่ต้องเข้าคิวคนนับร้อยที่กำลังรอตั๋วอยู่ ผมเอาภาพนี้ใน PDA ไปโชว์เจ้าหน้าที่ที่ EGV รังสิตก็งงนิด ๆ ครับ เขาก็ไปเรียกหัวหน้าเขามา หัวหน้าก็ถึงบางอ้อ แล้วรีบ print ตั๋วตัวจริงออกมาให้ผม
นับว่าไม่เลวครับ mPAY เริ่มตอบโจทย์ lifestyle เราได้มากขึ้นเรื่อย ๆ
บันทึกโดย
จักรพงษ์ คงมาลัย
เมื่อ
2/21/2007 04:09:00 PM
0
ความคิดเห็น
คอมสกอร์เผยข่าวดี "วิกิพีเดีย" สารานุกรมออนไลน์สุดฮิตที่ให้บริการหลายภาษามีชื่อติดอันดับท็อปเท็นเว็บไซต์ยอดนิยมในสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกแล้วเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยอยู่ในอันดับ 9 ของเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมสูงสุด ในขณะที่การสำรวจในระดับโลกพบว่า วิกิพีเดียติดเป็นอันดับที่ 6
คอมสกอร์ เน็ตเวิร์ก (ComScore Networks) เผยผลการสำรวจยอดการเข้าชมเว็บไซต์ในเดือนมกราคมที่ผ่านมาพบว่า วิกิพีเดียมีชาวอเมริกันเข้าเยี่ยมชม 42.9 ล้านคนในเดือนที่ผ่านมา แซงหน้าเว็บไซต์ข่าวจากนิวยอร์กไทม์ในอันดับสิบไปได้อย่างขาดลอย ขณะที่ชื่อชั้นของวิกิพีเดียในระดับโลกนั้นติดหนึ่งในสิบมาแล้วเป็นเวลานาน แต่สำหรับชาวอเมริกัน การติดท็อปเท็นนี้ถือเป็นครั้งแรกของสารานุกรมออนไลน์ชื่อดังก็ว่าได้
การเติบโตของเว็บไซต์วิกิพีเดียในสหรัฐอเมริกาเริ่มขึ้นอย่างจริงจังในช่วงปีที่ผ่านมา โดยพบว่าเดือนมกราคม 2006 วิกิพีเดียมีผู้เข้าชม 18.3 ล้านคน อยู่ในอันดับที่ 33 ต่อมาในเดือนกรกฎาคมยอดเพิ่มขึ้นเป็น 28.1 ล้านคน ขยับขึ้นมาเป็นอันดับที่ 18 และต่อมาในเดือนพฤศจิกายน ยอดผู้อ่านเพิ่มขึ้นเป็น 39.1 ล้านคน กับอันดับที่ 12 และติดหนึ่งในสิบในเวลาต่อมา
คอมสกอร์ระบุว่าผลการสำรวจครั้งนี้รวมยอดผู้เข้าชมจากเว็บไซต์ในเครือของวิกิพีเดียด้วย (เช่น Wiktionary, Wikiquote, Wikibooks และ Wikinews) แต่ยอดจากเว็บไซต์เหล่านั้นมีลิงค์มาจากเว็บไซต์กลางอย่างวิกิพีเดียทั้งหมด ส่วนสถิติระดับโลกพบว่า ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา วิกิพีเดียอยู่ในอันดับ 6 ด้วยยอดผู้เข้าชมทั้งหมด 165 ล้านคนเลยทีเดียว
การเปิดตัวครั้งแรกของวิกิพีเดียในเดือนมกราคม 2001 รองรับเฉพาะภาษาอังกฤษ แต่ในปัจจุบัน ทางเว็บไซต์รองรับได้มากกว่า 200 ภาษา และมีบทความเรื่องต่าง ๆ เก็บไว้มากถึง 5 ล้านบทความจากอาสาสมัครต่าง ๆ ที่เข้ามาแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ร่วมกันบนเว็บไซต์
บันทึกโดย
จักรพงษ์ คงมาลัย
เมื่อ
2/20/2007 05:06:00 PM
0
ความคิดเห็น
คำที่เกี่ยวข้อง wikipedia, วิกิพีเดีย
ทำลิงก์ไว้ก่อนดีกว่าก่อนที่จะลืมว่าผมเคยเขียนอะไรไปบ้างที่ไหน ยังไง สำหรับลิงก์นี้ผมเขียนเกี่ยวกับเรื่องความเคลื่อนไหวในแวดวงอินเทอร์เน็ตช่วงหลายปีก่อน ก่อนที่จะมาเขียนแบบ Blog ในนี้
รวมบทความด้าน Dot com
บันทึกโดย
จักรพงษ์ คงมาลัย
เมื่อ
2/19/2007 08:24:00 PM
0
ความคิดเห็น
คำที่เกี่ยวข้อง จักรพงษ์ คงมาลัย, รวมบทความเก่า
วันนี้ลองเปิดเว็บไซต์ Manager.co.th (เมื่อก่อนผมเคยทำงานที่นั่น) เปิดดูแล้วพวกบทความเก่า ๆ ของผมบางทีก็ถูกลบหายไปแล้ว บ้างก็ยังอยู่ให้อ่านบ้าง เก็บรวมเอาไว้ตรงนี้ดีกว่า
สัมภาษณ์เอง
เปิดตำนาน 'เทพธิดาพยากรณ์' กับข้อเสนอที่ต้องแลกด้วยร่างกาย เผยแพร่ที่ผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤศจิกายน 2545 เวลา 18:10 น.
ฉีกหน้ากากสังคมไทยกับ "ดร.กะทิ" เผยแพร่ที่ผู้จัดการออนไลน์ 9 พฤษภาคม 2546 เวลา 10:40 น.
ตัวตน..ชีวิต..จักรวาล ของ 'ปฐมพร ปฐมพร' เผยแพร่ที่ผู้จัดการออนไลน์ 18 เมษายน 2546 เวลา 17:28 น.
'คนรักควรจะรักกันเหมือนหมา' วาทะก่อนวิวาห์ของ น้อย วงพรู เผยแพร่ที่ผู้จัดการออนไลน์ 12 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 18:43 น.
ช่วยสัมภาษณ์
ระเบิดอกภูเขาไฟ “ตั๊ก บงกช” กับ ผู้ชายทั้ง 7 เผยแพร่ที่ผู้จัดการออนไลน์ 27 พฤษภาคม 2546 เวลา 22:10 น.
บันทึกโดย
จักรพงษ์ คงมาลัย
เมื่อ
2/19/2007 07:51:00 PM
0
ความคิดเห็น
คำที่เกี่ยวข้อง ดร.กะทิ, ตั๊ก บงกช, น้อย วงพรู, ปฐมพร ปฐมพร, เทพธิดาพยากรณ์

เคยลองนึกกันไหมครับว่าเวลาเราต้องใช้ search engine แล้วถ้านอกเหนือไปจาก Google, Yahoo!, MSN, Ask (Big4) แล้วเรามีเว็บไหนให้เลือกใช้อีก วันนี้ผมไปเจอลิงก์ดี ๆ มาฝากกันครับ เป็นการรวบรวมเว็บ search engine ด้านต่าง ๆ มาให้เราลองใช้กันถึง 100 เว็บ โดยเจ้าของบทความเผยว่าไม่ใช่แค่ใส่ให้ครบ ๆ 100 เว็บเท่านั้น แต่ยังได้ดูแล้วว่าแต่ละเว็บต่างก็มีหน้า "About us" ที่เจ๋งมากพอจะบอกได้ว่าตัวเองดีกว่า Big4 อย่างไร
สนใจก็เข้าไปอ่านกันได้ที่นี่เลยครับ อ้อ...แต่เว็บนึงที่ลองใช้แล้วสนุกดี ก็คือ MsDewey.com ลองใช้แล้วได้ผลยังไงบอกผมด้วยนะครับ อิอิ ใบ้ให้นิดนึงว่าลองพิมพ์คำว่า "nude" สิครับ ผมไม่ได้ทะลึ่งนะ แต่เว็บนี้เขาทำขำ ๆ น่ารักดี
บันทึกโดย
จักรพงษ์ คงมาลัย
เมื่อ
2/18/2007 02:42:00 AM
2
ความคิดเห็น
คำที่เกี่ยวข้อง 100 search engine, google, miss dewey, msdewey, msn search, yahoo